หลังจากได้รับเงินครบถ้วนแล้ว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ จนกว่าจะดำเนินการเสร็จ รถยังคงอยู่ในชื่อของคุณ
ขั้นตอนที่ 1: โอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก
- ต้องไปด้วยตนเอง: ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต้องไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะอัปเดตสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (สมุดคู่มือฯ) เป็นชื่อเจ้าของใหม่
- เอกสารที่ต้องใช้: สมุดทะเบียนตัวจริง บัตรประชาชนของผู้ขายและผู้ซื้อ
- ระยะเวลา: การโอนมักจะเสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันที่สำนักงานขนส่ง
ขั้นตอนที่ 2: ยกเลิกประกันภัย
- ยกเลิกประกันภัยภาคสมัครใจในวันที่ขาย — คุณไม่มีความรับผิดชอบต่อรถอีกต่อไป
- คุณอาจได้รับเงินคืนตามสัดส่วนของเบี้ยประกันที่เหลือ
- ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ผูกกับตัวรถและจะโอนไปพร้อมกับรถ
ขั้นตอนที่ 3: ภาษีรถยนต์ประจำปี
- เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งเสร็จแล้ว ความรับผิดชอบในการชำระภาษีรถประจำปี (ต่อภาษี) จะโอนไปยังเจ้าของใหม่
- ภาษีรถที่ผู้ขายชำระไปแล้วแต่ยังไม่ครบปีจะไม่ได้รับเงินคืน — ควรนำไปคำนวณในการเจรจาราคาหากเหลือระยะเวลามาก
ขั้นตอนที่ 4: เก็บรักษาเอกสาร
- เก็บสำเนาใบเสร็จการโอนจากกรมการขนส่งและหลักฐานการรับเงินไว้อย่างน้อย 3 ปี
- ใบเสร็จการโอนยืนยันวันที่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ — เป็นหลักฐานคุ้มครองทางกฎหมายของคุณ