การขายรถในประเทศไทยต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก (กรมการขนส่งทางบก — DLT) การเตรียมเอกสารและขั้นตอนที่จำเป็นล่วงหน้าจะทำให้การขายเสร็จสิ้นได้อย่างราบรื่นภายในครั้งเดียว
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ)
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ) เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดสำหรับการขายรถทุกคันในประเทศไทย โดยบันทึกรายละเอียดของรถยนต์และเจ้าของปัจจุบัน ซึ่งจัดการโดยกรมการขนส่งทางบก
- ต้องส่งมอบให้ผู้ซื้อ: สมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะถูกโอนไปยังเจ้าของใหม่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์
- ทะเบียนต้องเป็นปัจจุบัน: ภาษีรถประจำปี (ภาษีรถ) ต้องชำระเรียบร้อยและเป็นปัจจุบัน หากค้างชำระภาษีต้องจ่ายก่อนโอน
- สมุดทะเบียนสูญหาย: ยื่นขอเล่มใหม่ที่สำนักงานขนส่งก่อนลงประกาศขายรถ
ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. — พ.ร.บ.) เป็นสิ่งที่บังคับสำหรับรถยนต์ทุกคันในประเทศไทย และต้องมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ทำการโอนทะเบียน
- ต้องมีใบรับรองที่ยังไม่หมดอายุ: กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบว่าประกันภัยภาคบังคับเป็นปัจจุบันระหว่างกระบวนการโอน
- ต่ออายุประจำปี: ประกันภัยภาคบังคับต่ออายุเป็นประจำทุกปี โดยปกติจะทำพร้อมกับการชำระภาษีรถประจำปี
การโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก
การโอนกรรมสิทธิ์ต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งจังหวัด (สำนักงานขนส่งจังหวัด) ในจังหวัดที่รถจดทะเบียนอยู่
- ทั้งสองฝ่ายต้องมา: ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ (หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ) ต้องไปด้วยตนเอง
- เอกสารที่ต้องใช้: สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ บัตรประชาชน (บัตรประชาชน) ของทั้งสองฝ่าย สัญญาซื้อขายที่ลงนามแล้ว ประกันภัยภาคบังคับที่ยังไม่หมดอายุ และไม่มีภาษีรถค้างชำระ
- ค่าธรรมเนียมโอน: กรมการขนส่งทางบกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโอนตามอายุรถและขนาดเครื่องยนต์
สัญญาซื้อขายและเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์
- เตรียมสัญญาซื้อขาย (สัญญาซื้อขาย) เป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ระบุรายละเอียดรถ ราคา วันที่ และลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย
- ตรวจสอบว่ารถมีค่าปรับหรือภาระผูกพันค้างอยู่หรือไม่ก่อนลงประกาศ — ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้ที่ขนส่ง
- หากรถอยู่ระหว่างสัญญาเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง/ไฟแนนซ์) คุณต้องปิดยอดและรับเอกสารปลดภาระก่อนทำการขาย